
ในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างทั่วไป การออกแบบระบบไฟฟ้าถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับ “โรงพยาบาล” ระบบไฟฟ้าคือหัวใจหลักที่ส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ไม่สามารถให้ระบบไฟฟ้าหยุดทำงานได้แม้เพียงวินาทีเดียว เพราะเครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่ต้องใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อน รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย ระบบทำความเย็น และระบบสื่อสารภายใน
การ ออกแบบระบบไฟฟ้าโรงพยาบาลขนาดกลาง จึงไม่ใช่เพียงการคำนวณโหลดไฟฟ้าให้เพียงพอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมระบบสำรอง, สายพ่วง, และแผนรองรับฉุกเฉินที่พร้อมใช้งานในทันทีหากแหล่งจ่ายหลักขัดข้อง บทความนี้จะพาคุณเข้าใจแนวทางการวางแผนระบบไฟฟ้าสำหรับโรงพยาบาลอย่างถูกต้องและปลอดภัย

ทำไม ระบบไฟฟ้าในโรงพยาบาล ห้ามดับ
- เครื่องมือแพทย์ต้องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง
เช่น เครื่องช่วยหายใจ, เครื่องฟอกไต, เครื่องเอกซเรย์ ฯลฯ ที่ไม่สามารถหยุดทำงานได้
- ระบบห้องผ่าตัด ระบบ ICU และระบบปลอดเชื้อ
ห้องเหล่านี้มีระบบปรับอากาศและฆ่าเชื้อที่ต้องทำงานตลอดเวลา หากไฟดับอาจเกิดความเสี่ยงต่อผู้ป่วยทันที
- ระบบไอทีและเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์
ข้อมูลผู้ป่วยอยู่บนระบบดิจิทัล ต้องมีแหล่งจ่ายไฟที่เสถียรเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา
- ระบบรักษาความปลอดภัย
กล้องวงจรปิด, ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้, ระบบควบคุมประตู ต้องทำงานได้แม้ในกรณีฉุกเฉิน

ออกแบบระบบไฟฟ้าโรงพยาบาลขนาดกลางต้องพิจารณาอะไรบ้าง
โรงพยาบาลขนาดกลาง (100-300 เตียง) ต้องการระบบไฟฟ้าที่เสถียรและมีการจัดหมวดหมู่โหลดไฟอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนโหลดทั่วไป และโหลดฉุกเฉิน ดังนั้นการ ออกแบบระบบไฟฟ้าโรงพยาบาลขนาดกลาง จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องหลัก ๆ ดังนี้
1. แหล่งจ่ายไฟหลัก (Main Power Supply)
โรงพยาบาลควรได้รับไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายแรงสูงของการไฟฟ้า เช่น 22kV หรือ 33kV จากนั้นแปลงลงมาเป็นแรงต่ำผ่านหม้อแปลง (Transformer) ในระดับ 400/230V สำหรับใช้งานทั่วไปในโรงพยาบาล
อุปกรณ์ที่จำเป็นในแหล่งจ่ายหลัก
- หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดเหมาะสม (แนะนำมี 2 ชุด + ระบบสลับอัตโนมัติ)
- ตู้ควบคุมเมนไฟฟ้า (MDB)
- สายไฟแรงสูงพร้อมระบบดินและสายกราวด์
- เครื่องป้องกันไฟเกิน/ไฟตก/ไฟกระชาก
2. ระบบสำรองไฟฟ้า (Standby/Backup System)
เป็นหัวใจของการ ออกแบบระบบไฟฟ้าโรงพยาบาลขนาดกลาง โดยจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ:
2.1 เครื่องปั่นไฟสำรอง (Generator)
เมื่อไฟหลักดับ เครื่องปั่นไฟจะทำงานทันทีภายใน 10–15 วินาที รองรับโหลดฉุกเฉิน เช่น ห้อง ICU, OPD, ห้องผ่าตัด, แสงสว่างฉุกเฉิน, ระบบอัคคีภัย
แนวทางเลือกเครื่องปั่นไฟ
- ขนาดตามโหลดฉุกเฉิน (เช่น 500 kVA)
- ระบบ Auto Transfer Switch (ATS)
- ควรมีน้ำมันสำรองขั้นต่ำ 8–12 ชม.
2.2 ระบบ UPS (Uninterruptible Power Supply)
ใช้จ่ายไฟต่อเนื่องในระยะสั้น (ไม่เกิน 15 นาที) ก่อนเครื่องปั่นไฟเริ่มทำงาน เพื่อให้เครื่องมือแพทย์และระบบคอมพิวเตอร์ไม่สะดุด
- รองรับอุปกรณ์ที่ไวต่อไฟตก เช่น Server, เครื่องวัดชีพจร, Monitoring
2.3 แผงสลับโหลด (ATS + Manual)
สำหรับแยกโหลดประเภทสำคัญออกจากโหลดทั่วไป พร้อมระบบสลับอัตโนมัติระหว่างไฟหลัก-สำรอง

ระบบสายไฟและสายพ่วงในโรงพยาบาล
ระบบสายไฟในโรงพยาบาลต้องจัดการแยกเป็นหมวดชัดเจน พร้อมออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยสูง เช่น IEC, NEC หรือ มยผ. การติดตั้ง สายพ่วง และรางไฟต้องไม่รบกวนการใช้งานของบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์
การจัดระบบสายไฟควรคำนึงถึง:
- สายไฟทนความร้อน/ไฟฟ้ารั่ว: เช่น XLPE, NYY, VAF
- สายดินต่อทุกอุปกรณ์: ตามระบบ TT หรือ TN-S
- รางเดินสายปลอดเชื้อ: โดยเฉพาะในห้องปลอดเชื้อ
- แยกสายโหลดธรรมดา – โหลดฉุกเฉิน
- ติดตั้งเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อย: พร้อมแผงควบคุมทุกชั้น
ชุดระบบไฟฟ้าเริ่มต้นสำหรับโรงพยาบาลขนาดกลาง
|
รายการ |
จำนวน / รายละเอียด | ราคาประมาณ |
|
หม้อแปลงไฟฟ้า 1,000 kVA |
2 ชุด | 2,000,000 บาท |
|
ตู้ MDB + Panel ย่อย |
1 ชุดหลัก + 5 ย่อย |
800,000 บาท |
|
เครื่องปั่นไฟ 500–700 kVA |
1 ชุด + ATS |
1,500,000 บาท |
|
ระบบ UPS 50–100 kVA |
Server Room / ICU |
600,000 บาท |
|
สายไฟ + รางเดินสาย |
3 เฟส / สายดิน |
500,000 บาท |
|
เซอร์กิตเบรกเกอร์ (MCB, MCCB, RCBO) |
ครบทุกโหลด |
300,000 บาท |
|
งานติดตั้งระบบ |
ทั้งโครงการ |
700,000 บาท |
| อื่น ๆ (สายพ่วง, ราง, ปลั๊ก) |
300,000 บาท |
|
| รวมประมาณการ |
6,700,000 บาท |
ราคาข้างต้นเป็นค่าเฉลี่ยเบื้องต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามพื้นที่และขนาดโรงพยาบาล

แนวทางการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าในโรงพยาบาล
แม้ระบบจะออกแบบมาดีเพียงใด หากไม่มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจเกิดปัญหาได้ ดังนั้นโรงพยาบาลควรมีแนวทางการบำรุงรักษา ได้แก่:
- ตรวจสอบเครื่องปั่นไฟเดือนละ 1 ครั้ง
- เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง/ฟิลเตอร์ทุก 6 เดือน
- ตรวจสอบระบบ UPS ทุกไตรมาส
- ตรวจเช็คโหลดไฟฟ้าผิดปกติผ่าน Smart Monitoring
- ทดสอบระบบ ATS เดือนละครั้ง
- ตรวจสอบสายไฟ สายพ่วง ปลั๊ก และ MCB ทุกปี
สรุป ออกแบบระบบไฟฟ้าโรงพยาบาลขนาดกลาง คืออะไร?
ระบบไฟฟ้าในโรงพยาบาลไม่ใช่เพียงแค่ให้แสงสว่างหรือเปิดแอร์ แต่คือชีวิตของผู้ป่วยทุกคน การ ออกแบบระบบไฟฟ้าโรงพยาบาลขนาดกลาง จึงต้องวางแผนอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่แหล่งจ่ายหลัก ระบบสำรอง สายไฟ ระบบ UPS ไปจนถึงระบบบำรุงรักษา
โดยมีหัวใจสำคัญคือ ห้ามให้โรงพยาบาลขาดแหล่งจ่ายไฟแม้เพียงวินาทีเดียว เพราะผลลัพธ์คือความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์
หากโรงพยาบาลของคุณอยู่ในช่วงวางแผน หรืออยู่ระหว่างการรีโนเวทระบบไฟฟ้า การร่วมมือกับ วิศวกรไฟฟ้ามืออาชีพ และบริษัทรับเหมาที่มีประสบการณ์เฉพาะทางในงานระบบไฟฟ้าอาคารสาธารณสุข จะช่วยให้ ระบบไฟฟ้า ทั้งหมดของโรงพยาบาลคุณ ทำงานได้เสถียร ปลอดภัย และรองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างมั่นคง
